จับตาสัญญาณอันตราย ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์

chattel-photoแม้ว่าอสังหาริมทรัพย์ไทยเรากำลังไปได้ดี มีการขยายตัวอย่างมากทั้งตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง อสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบ และแนวตั้งเกิดขึ้นอย่างมากมายทั้งใจกลางเมือง และพื้นที่ต่างๆ รอบกรุงเทพ ไปจนถึงต่างจังหวัดอย่างไรก็ตามได้มีผู้สันทัดกรณีได้ออกมาเตือนให้จับตาสัญญาณอันตราย เกี่ยวกับฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ ที่อาจจะแตกได้ทำลายระบบเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่เลย มาดูว่ามีสัญญาณอะไรบ้าง
ราคาขายต่อหน่วยสูงมาก
แม้ว่าคอนโดมิเนียมจะมีเยอะมาก แต่ราคาต่อหน่วยถือว่าสูงเลยทีเดียว บางแห่งราคาพุ่งไปถึง 5 ล้าน แบบง่ายๆเลยแน่นอนว่าของดีราคาสูงเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากคอนโดมีราคาสูงมากเกินไป อาจจะทำให้คนซื้อไม่สามารถรับภาระได้ไหว ทำให้ไม่กล้าเข้าซื้อ หรือ หากเข้าซื้อก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถผ่อนต่อได้ทำให้เกิดหนี้เสียของตัวอสังหาริมทรัพย์เองอีก
โครงการเจ๊ง เพิ่มทั้งจำนวนและมูลค่า
ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าไม่ดีเลยนั่นคือ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ไปไม่รอดจากข้อมูลบอกว่า จำนวนโครงการที่เจ๊งเพิ่มขึ้นถึง 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน คิดเป็นวงเงินถึงแสนกว่าล้านบาท แน่นอนว่าตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ แม้ว่าหากดูรายละเอียดแล้วสาเหตุของอาการไปไม่รอดของโครงการนั้นมีเพียงส่วนน้อยมาก ที่ขายไม่ออกเลยต้องเจ๊งไป ส่วนมากเป็นเพราะไม่ผ่านเรื่องของการทำ EIA และ สถาบันการเงินไม่ผ่านมากกว่า อย่างไรก็ตามหากปล่อยไว้แบบนี้โครงการเจ๊งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่แตกของอสังหาริมทรัพย์แน่นอน
การซื้อเพื่อลงทุน
การลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนงอกเงยเป็นทางเลือกหนึ่ง ในหมู่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ต้องการทำงานไปด้วยทางหนึ่ง และหาเงินเพิ่มจากการลงทุนทางหนึ่ง วิธีการลงทุนรูปแบบหนึ่งก็คือ การเก็งกำไรจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างเช่นการซื้อคอนโดเพื่อรอปล่อยเช่า หรือ ปล่อยอีกทอดหนึ่ง วิธีนี้ได้รับความนิยมมาก แต่ก็เสี่ยงมากเช่นกันเนื่องจากราคาคอนโดแพงขึ้นเรื่อย ทำให้การซื้อมาปล่อยเช่าอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย หรืออย่างมากก็ได้ค่าเช่ามาแทนค่าผ่อน หากลูกค้าไม่เช่ามันก็จะวนลูปไปเหมือนข้อแรกอีกทางหนึ่ง
วิธีป้องกันฟองสบู่แตก
เรามองเห็นสัญญาณกันไปบ้างแล้ว แน่นอนว่าสัญญาณเหล่านี้ยังไม่ได้ทำให้เกิดวิกฤติมากนักในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างไรก็ตามภาครัฐเอง ก็ต้องมีแนวทางป้องกันไว้บ้าง เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเดินไปถึงจุดนั้นเพราะมันอาจจะทำให้เศรษฐกิจล้มครืนลงมาได้ ทางหนึ่งคือการควบคุมอุปทานที่อยู่อาศัย และ ควบคุมราคาขาย กลไกตลาดไม่ให้แพงมากจนเกินไป ต้องมาดูกันว่า รัฐบาลจะออกมาตรการอะไรออกมาควบคุมหรือเปล่า